เทคนิคการเลือกคู่ครองเป็นเรื่องสากลที่คนทั่วไปรู้และเราคงไม่ต้องพูดถึง แต่ถ้าคู่ของเราเป็นคนต่างสัญชาติและเรากำลังจะตัดสินใจข้ามน้ำข้ามทะเลเอาชีวิตไปแขวนอยู่กับเขา อันนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก เพราะมันไปเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนชีวิตของเราที่เราไม่มีโอกาสจะรู้ว่ามันจะออกมาในรูปแบบไหนและเราไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างที่เราตั้งใจ จะหมู่จะจ่า ก็ต้องลองแล้วล่ะ แต่ก็ไม่ใช่ว่าเราไม่สามารถกำหนดอะไรได้เลย รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้งได้ด้วย “ข้อมูล” ค่ะ สิ่งที่เราต้องถามและรู้มีดังนี้ค่ะ
- เขามีอาชีพอะไร มีรายได้มากน้อยแค่ไหน มีภาระทางการเงิน หรือมีหนี้สินอะไรหรือเปล่า เพราะเรื่องหนี้สินเป็นเรื่องสำคัญเพราะอาจจะมีผลกระทบกับชีวิตเราในอนาคตได้เมื่อเราย้ายมาอยู่ที่สวีเดน
- เขาเคยแต่งงานหรือมีคู่และมีลูกด้วยกันหรือไม่ เขาดูแลลูกของเขาเป็นอย่างไร ลูกอยู่ด้วยกันกับเขาหรือไม่
- ถ้าเรามีลูกติดไปด้วยเขาจะช่วยเลี้ยงดูอย่างไร ลูกเรากับลูกเขาจะเข้ากันได้หรือไม่อย่างไร เขามีความคิดเรื่องนี้อย่างไร
- เขาเคยมีแฟนเป็นคนไทยมาก่อนไหม ถ้ามี เคยมีมากี่คนแล้ว เหตุผลที่เลิกรากันคืออะไร แฟนที่เขาคบด้วยคนสุดท้ายเมื่อไหร่ ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลที่สำคัญมากนะคะ เพราะเคยมีกรณีที่ชายสวีเดนหลายคนมีพฤติกรรมในการเปลี่ยนแฟนทุกปี คือพาหญิงไทยมาอยู่ด้วยที่สวีเดนปีละคน คือพอไม่ถึงปีรู้สึกเบื่อ ก็ส่งกลับหรือทอดทิ้งแล้วหาหญิงไทยคนใหม่มาแทน ทำอยู่อย่างนี้อยู่หลายปีทีเดียว กรณีแบบนี้เกิดขึ้นบ่อย ถ้าถามแล้วเขาไม่ตอบคุณอาจจะลองถามทางสถานทูตโดยตรงเผื่อจะได้ข้อมูลนะคะ ถ้าข้อมูลบ่งบอกว่าเราเป็นคนที่สามหรือสี่หรือห้าอันนี้เป็นสัญญาณอันตราย และเราอาจจะต้องไตร่ตรองให้ดีก่อนจะมาอยู่กับเขาที่สวีเดน
- ถามเขาว่าการที่เราต้องเรียนภาษาสวีเดนมีความสำคัญมากน้อยอย่างไร เขาจะส่งเสริมให้เราได้เรียนภาษาสวีเดนหรือไม่ เขารู้ไหมว่าจะพาเราไปเรียนที่ไหน ที่สวีเดนรัฐบาลมีสวัสดิการสอนภาษาสวีเดนฟรีสำหรับชาวอพยพหรือผู้โยกย้ายถิ่นมาอยู่ที่สวีเดน หลักสูตรนี้เรียกว่า เอสเอฟอี
- เขาคิดว่าเราควรจะเรียนภาษาสวีเดนก่อนหางานทำหรือไม่ หรือเมื่อมาถึงแล้วเขาอยากให้เราหางานทำเลย เรื่องนี้สามารถเปลี่ยนชีวิตคุณในสวีเดนไปได้เลยนะคะ เขาคิดว่าเราจะหางานประเภทไหนทำหรือมีงานประเภทไหนที่เราพอจะทำได้
- ถามเขาเรื่องการที่เราต้องส่งเงินกลับบ้านเพื่อช่วยจุนเจือครอบครัวว่าเขามีความคิดเห็นอย่างไร แล้วถ้าจำเป็นที่จะต้องส่งเงินเขาจะสามารถช่วยเหลือได้หรือไม่
- เขาคาดหวังอะไรกับตัวเราบ้าง เช่นเราจะต้องช่วยจ่ายค่าใช้จ่ายอะไรบ้างในบ้านเมื่อเรามีงานทำแล้วหรือขณะที่เรายังเรียนภาษาและไม่มีงานทำ
- ที่พักอาศัยของเขาตั้งอยู่ตรงไหนของประเทศ อยู่ในตัวเมืองหรือชนบท
- การเดินทางจากบ้านไปสู่เมืองที่ใกล้ที่สุดจะไปอย่างไร เขามีรถขับเองหรือไม่ แล้วเราจะไปไหนมาไหนด้วยวิธีอะไรบ้าง
- เขามีแผนการหรือแนวคิดอย่างไรที่จะช่วยให้เราเข้าสู่สังคมสวีเดนและอยู่อย่างมีความสุขได้อย่างไร
- เขาคิดว่าเราจะเข้ากับญาติพี่น้องของเขาได้ไหม อย่างไร เค้ามีคำแนะนำให้กับเราอย่างไรบ้าง
เหมือนจะถามเยอะมาก แต่ทุกคำถาม สะท้อนได้ว่า แฟนเรารักเราและอนาคตของเราขนาดไหน ถ้าเราพอใจกับคำตอบแล้วและรู้สึกมั่นใจว่าเราสามารถเอาชีวิตไปแขวนกับแฟนเราได้ เราก็น่าจะดูหัวข้อต่อไปเพื่อเตรียมตัวเดินทางตามมาสวีเดน แต่ถ้าไม่พึงพอใจต่อคำตอบเราขอแนะนำให้คิดให้ดีก่อนตัดสินใจ หรืออาจจะยังไม่ตัดสินใจย้ายไปอยู่ด้วย แต่แค่ไปเยี่ยมเป็นครั้งคราวเพื่อศึกษากันไปก่อนก็น่าจะเป็นทางออกที่ดี ช้าช้าได้พร้าเล่มงามนะคะ ถ้าเขารักเราจริงเขาต้องรอได้นะคะ
มีผู้หญิงไทยจำนวนไม่น้อย ที่ย้ายมาอยู่กับผู้ชายที่รัก แล้วไม่ได้ขึ้นสวรรค์อย่างที่คิดฝันไว้ เพราะไม่ได้ทำความรู้จักนิสัยใจคอ ความคิด ทัศนคติกันให้ดีพอ ดังนั้นอย่ามองข้ามค่ะ อย่าคิดว่าโลกจะเป็นสีชมพูตลอดไป และอย่าทำให้ความรัก ทำให้เราตาบอดค่ะ ความรักต้องทำให้เรามีชีวิตที่ดีขึ้น ด้วยความช่วยเหลือของเขาและความพยายามของเรา นี่คือคัมภีร์ที่จะทำให้มีอนาคตที่ดีร่วมกันได้