จริง ๆ แล้วคนสวีเดนที่มีฐานะดีถึงขั้นเป็นเศรษฐีมีไม่กี่เปอร์เซ็นต์นะคะ ประชากรส่วนใหญ่ของประเทศนี้มีฐานะอยู่ระดับปานกลาง แบบอยู่ได้สบาย ๆ แต่ไม่ได้มีทรัพย์สมบัติหรือเงินเก็บมากมายอย่างที่เรา ๆ คิดกัน เวลาที่เราพบคนสวีเดนไปเที่ยวเมืองไทยแล้วใช้เงินอย่างกับว่ารวยมากนั้นเพราะเป็นเงินที่เกิดจากการทำงานเขาที่เก็บสะสมมาก มิได้เด็ดได้จากต้นไม้แต่อย่างใด บางคนทำงานมาทั้งปี เพื่อการท่องเที่ยวครั้งนี้ก็มี คนสวีเดนติดนิสัยชอบเที่ยวต่างประเทศ ต้องหาทางเที่ยวให้ได้อย่างน้อยปีละครั้งว่างั้นเถอะ และจากนั้นก็กลับมาทำงานเก็บเงินเพื่อเที่ยวในปีต่อไป
ส่วนเรื่องที่ว่าเขาจะดูแลเราและช่วยเหลือครอบครัวของเราอันนี้เป็นความเข้าใจผิดอย่างมากเลยค่ะ คำว่าดูแลเราก็คือเขาให้ที่อยู่อาศัย มีอาหารให้ แต่คนส่วนใหญ่คาดหวังว่าเราจะหางานทำเพื่อมีรายได้มาช่วยจ่ายค่าใช้จ่ายในบ้าน ชาวสวีเดนมีความเชื่อเรื่องความเท่าเทียมระหว่างเพศหญิงและชาย ไม่มีการเอาเปรียบซึ่งกันและกัน ทุกคนในครอบครัวต้องช่วยกัน และคำว่า ส่งเงินกลับบ้าน เขาอาจจะไม่เข้าใจว่า ทำไมเราต้องทำงานหนักและส่งเงินกลับไทย เพราะในบริบทของสังคมสวีเดน เขาไม่ทำแบบนี้กันค่ะ
กรณีที่แย่ไปกว่านี้คือ คนไทยหลายคนแต่งงานกับคนสูงอายุที่เกษียณหรือใกล้เกษรียณและไม่ได้มีรายได้อะไรนอกจากเงินบำนาญเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่แย่ไปกว่านั้นบางกรณี มีโรคประจำตัวมากมาย ซึ่งแทนที่เราจะได้รับการดูแลจากเขา กลายเป็นว่าเราต้องมารับภาระมากมาย บางกรณีถึงขั้นต้องหาเงินมาเลี้ยงดูสามีด้วย ในขณะเดียวกันก็ต้องส่งเงินกลับบ้าน ถือว่าเป็นอะไรที่หนักหนาสาหัส เพราะการหางานทำไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะถ้าเราไม่มีความรู้เรื่องภาษาสวีเดน ดังนั้นงานที่พอจะทำได้ก็จะเป็นงานหนักที่ใช้แรงงาน แต่เงินเดือนน้อย เช่นทำความสะอาด เก็บผลไม้ ทำงานร้านนวดไทย หรือร้านอาหารไทย อะไรประมานนั้น
แทนที่จะมาอยู่สวีเดนอย่างมีความสุข ต้องมาแบกรับภาระต่าง ๆ มันก็ส่งผลต่อสุขภาพและจิตใจได้นะคะ